
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ
กรุงเทพมหานครสามัญ ครั้งที่ 3/2550
----------------------------------------
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และ มติ ก.ก. ครั้งที่ 10/2539 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2539 จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ จำนวน 3 ตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
1.1 ตำแหน่งระดับ 1
เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 จำนวน 150 ตำแหน่ง
1.2 ตำแหน่งระดับ 2
พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2 จำนวน 15 ตำแหน่ง
1.3 ตำแหน่งระดับ 3
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3 จำนวน 35 ตำแหน่ง
2. อัตราเงินเดือนที่จะได้รับ
ผู้สอบแข่งขันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จะได้รับเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ดังนี้
2.1 ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 1 ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท.1 (ไม่ต่ำกว่าขั้น 4,880 บาท)
2.2 ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 2 ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท.2 (ไม่ต่ำกว่าขั้น 6,220 บาท)
2.3 ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 3 ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท.3 (ไม่ต่ำกว่าขั้น 7,630 บาท)
ส่วนการจะให้ได้รับเงินเดือนในขั้นใดในอันดับนั้นๆ ต้องเป็นไปตามการรับรองค่าคุณวุฒิของ ก.พ. และระดับตำแหน่งที่จะได้รับการแต่งตั้ง
ทั้งนี้ ผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2 และเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3 จะมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับผู้ปฎิบัติงานกู้ภัย ในอัตราเดือนละ 5,000 บาท ตามหลักเกณฑ์แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง เงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับผู้ปฏิบัติงานกู้ภัย พ.ศ. 2548
สำหรับผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือข้าราชการตามกฎหมายอื่นและมีความประสงค์จะขอย้าย หรือโอนโดยการสอบแข่งขัน อัตราเงินเดือนที่จะได้รับให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ว่าด้วยการย้ายหรือโอนโดยการสอบแข่งขันแล้วแต่กรณี
3. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1 ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ดังนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(4) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
(5) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(6) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือตามกฎหมายอื่น
(7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(8) ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(9) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(10) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(11) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(12) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือตามกฎหมายอื่น
(13) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือตามกฎหมายอื่น
(14) ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
3.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณวุฒิตรงตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ครบถ้วนอยู่ก่อนหรือในวันปิดรับสมัคร คือวันที่ 6 พฤศจิกายน 2550 ตามรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบท้ายประกาศนี้
3.3 ผู้สมัครสอบตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2 และ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3 ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ ชนิดที่ 2 ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 อยู่ก่อนหรือในวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ คือวันที่ 23 พฤศจิกายน 2550 ด้วย
3.4 พระภิกษุหรือสามเณร ไม่มีสิทธิสมัครสอบ หรือเข้าสอบแข่งขันตามนัยหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
4. การสมัครสอบ
4.1 ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่ง เท่านั้น
4.2 ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ ยกเว้นกรณีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ ชนิดที่ 2 ต้องมีอยู่ก่อนหรือในวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ โดยผู้สมัครสอบต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเนื่องมาจากผู้สมัครสอบ หรือตรวจพบว่าเอกสารหรือหลักฐานซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ ให้ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้
4.3 ผู้สมัครสอบแข่งขันทุกคนต้องลงลายมือชื่อในใบสมัครสอบ พร้อมติดรูปถ่ายที่มุมบนด้านขวามือของใบสมัคร
4.4 ผู้ที่สมัครสอบ และหรือชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบ ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต หลังวันที่ 8 พฤศจิกายน 2550 ให้ถือว่าไม่ได้สมัครสอบในครั้งนี้และจะไม่คืนเงินให้
5. วิธีการรับสมัครสอบ
เปิดรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2550 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) โดยเปิดที่เว็บไซต์ http://www.bma.go.th หรือ http://ksb.bma.go.th หรือ http://www.bma.go.th/exam หรือ http://www.bma.go.th/csc หัวข้อประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ครั้งที่ 3/2550 ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
5.1 ขั้นตอนการสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต
(1) อ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ และขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบให้ถี่ถ้วนก่อนทำการกรอกใบสมัคร
(2) กรอกข้อความในใบสมัครสอบให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดแล้วทำการสมัคร ระบบจะออกเลขประจำตัวสอบ และแบบฟอร์มการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบให้โดยอัตโนมัติเพื่อนำไปชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
(3) พิมพ์ใบสมัครและแบบฟอร์มการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบลงในกระดาษขนาด A4 หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้นให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล เช่น Diskette หรือ Flash drive เพื่อพิมพ์ในภายหลัง
(4) ในกรณีไม่สามารถพิมพ์ใบสมัครหรือบันทึกข้อมูลได้ ให้กลับไปค้นหาใบสมัครเพื่อพิมพ์ใบสมัครหรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก ที่ ปุ่ม ตรวจสอบใบสมัครที่สมัครแล้ว แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลหรือเปลี่ยนตำแหน่งที่ได้กรอกไว้ครั้งแรกในใบสมัครสอบ
5.2 ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
(1) นำแบบฟอร์มการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน 2550 ในเวลาทำการของธนาคาร การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว โดยผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบ ดังนี้
- ตำแหน่งระดับ 1 ตำแหน่งละ 150 บาท
- ตำแหน่งระดับ 2 ตำแหน่งละ 150 บาท
- ตำแหน่งระดับ 3 ตำแหน่งละ 200 บาท
(2) ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคารและค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต (Internet) จำนวน 30 บาท (อัตราเดียวกันทั่วประเทศ) ต่อหนึ่งรหัสประจำตัวสอบนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมสอบ
เมื่อผู้สมัครสอบได้สมัครสอบและชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบแล้วจะไม่คืนเงินให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
ใบสมัครและหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมสอบ ให้ผู้สมัครสอบเก็บไว้เป็นหลักฐานและให้นำใบสมัครไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบในวันสอบข้อเขียน
6. หลักฐานและเอกสารที่ต้องนำไปในวันสอบข้อเขียน
6.1 หลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ
(1) ใบสมัครพร้อมติดรูปถ่ายที่มุมบนด้านขวามือของใบสมัคร (รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 1.5 X 2 นิ้ว โดยใช้กระดาษอัดภาพถ่ายโดยเฉพาะ) และลงลายมือชื่อ จึงจะถือว่าใบสมัครสอบสมบูรณ์
(2) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และมีรูปถ่าย พร้อมลายมือชื่อ
*** หากขาดหลักฐานข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ 6.1 จะไม่มีสิทธิเข้าสอบ
6.2 หลักฐานที่ต้องมอบให้เจ้าหน้าที่คุมสอบ
6.2.1 สำเนาวุฒิการศึกษาที่ระบุสาขาวิชาเอกที่ใช้สมัครสอบ เช่น ปริญญาบัตรหรืออนุปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือวุฒิการศึกษาอื่นๆ พร้อมสำเนาใบรายงานผลหรือใบระเบียนแสดงผลการศึกษา อย่างละ 1 ฉบับ และรับรองสำเนาเอกสารทุกหน้าด้วยตนเอง พร้อมเขียนชื่อตำแหน่งที่สมัครสอบและเลขประจำตัวสอบไว้ที่มุมบนด้านขวามือ โดยผู้สมัครสอบแข่งขันฯ จะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2550
กรณีผู้สมัครสอบที่เรียนหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่อง 2 ปี ให้ยื่นสำเนาใบรายงานผลการศึกษาระดับปริญญาตรี คู่กับสำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียนระดับ ปวท. หรือ ปวส. หรือ อนุปริญญาที่เกี่ยวเนื่องกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบ
6.2.2 สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ ชนิดที่ 2 ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบกตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งมีอยู่ก่อนหรือมีในวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ คือวันที่ 23 พฤศจิกายน 2550
*** หากผู้สมัครสอบไม่นำสำเนาวุฒิการศึกษา และสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ชนิดที่ 2 ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่คุมสอบในวันสอบข้อเขียน ให้นำหลักฐานและเอกสารดังกล่าวส่ง กลุ่มงานดำเนินการสอบ กองสรรหาบุคคล สำนักงาน ก.ก. ด้วยตนเองในเวลาราชการ ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันสอบข้อเขียน หากพ้นกำหนดให้ถือว่าผู้สมัครสอบสละสิทธิในการสอบครั้งนี้
7. เงื่อนไขการเข้าสอบ
7.1 ผู้เข้าสอบแข่งขันต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ (ฉบับจริง) ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และมีรูปถ่าย พร้อมลายมือชื่อไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบ
7.2 ผู้เข้าสอบแข่งขันต้องลงลายมือชื่อ และพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีลงลายมือชื่อผู้เข้าสอบตามที่กำหนด
7.3 ผู้เข้าสอบแข่งขันต้องนำใบสมัครสอบพร้อมติดรูปถ่าย และลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งสำเนาวุฒิการศึกษาซึ่งได้รับรองสำเนาทุกหน้าด้วยตนเอง มอบให้แก่เจ้าหน้าที่คุมสอบ
7.4 ในการสอบข้อเขียน ห้ามผู้เข้าสอบนำตำรา หนังสือ บันทึกข้อความ เอกสารใดๆ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องคำนวณ วิทยุสื่อสาร วิทยุเรียกตัว หรือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้าห้องสอบ หากพบว่าผู้ใดฝ่าฝืนจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ และหมดสิทธิการสอบในครั้งนี้ทุกภาควิชา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่มีบริการรับฝากอุปกรณ์ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายไม่ว่ากรณีใด
7.5 ผู้เข้าสอบแข่งขันยินยอมให้เจ้าหน้าที่คุมสอบหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน ตรวจค้นร่างกายก่อนเข้าห้องสอบหรือขณะทำการสอบ กรณีมีเหตุสงสัย
7.6 เมื่อหมดเวลาสอบหรือเมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว ผู้เข้าสอบประสงค์จะส่งกระดาษคำตอบและข้อสอบ ให้นั่งประจำที่แล้วยกมือเพื่อแจ้งต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบ โดยจะต้องลงลายมือชื่อส่งกระดาษคำตอบและข้อสอบในบัญชีลงลายมือชื่อผู้เข้าสอบ ทั้งนี้ ผู้เข้าสอบทุกคนจะออกจากห้องสอบได้เมื่อเวลาล่วงไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นับตั้งแต่ประกาศให้เริ่มลงมือทำข้อสอบ และต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าห้องสอบด้วย หากมิได้ปฏิบัติตามที่กำหนดจะไม่ได้รับการตรวจกระดาษคำตอบ
*** รายละเอียดให้ดูจากประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครเรื่อง วิธีปฏิบัติของผู้เข้าสอบแข่งขัน ซึ่งจะประกาศให้ทราบพร้อมกับการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน
8. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน และวิธีปฏิบัติของผู้เข้าสอบแข่งขัน
สำนักงาน ก.ก. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเฉพาะผู้สมัครสอบที่ได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบถูกต้องแล้ว พร้อมประกาศวิธีปฏิบัติของผู้เข้าสอบแข่งขันทางเว็บไซต์ http://www.bma.go.th หรือ http://ksb.bma.go.th หรือ http://www.bma.go.th/exam หรือ http://www.bma.go.th/csc ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2550 ประกาศวัน เวลา และสถานที่สอบข้อเขียน ในวันที่ 12 ธันวาคม 2550
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ก. อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดวัน เวลาข้างต้นได้ โดยจะแจ้งให้ทราบก่อนกำหนดเวลาดังกล่าว
9. หลักฐานและเอกสารที่ต้องนำไปยื่น และรับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์ หลังประกาศผลสอบผ่านข้อเขียน
9.1 ต้นฉบับใบคุณวุฒิการศึกษาที่ตรงกับสำเนาฉบับที่ยื่น ณ วันสอบข้อเขียน พร้อมสำเนา 2 ฉบับ
9.2 ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
9.3 บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
9.4 ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535)
9.5 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ ชนิดที่ 2 ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก
พ.ศ. 2522 พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
9.6 หลักฐานอื่นๆ เช่น ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล พร้อมสำเนาอย่างละ 3 ฉบับ
9.7 สด.8 สด.9 หรือ สด.43 พร้อมสำเนาอย่างละ 2 ฉบับ กรณีผู้สมัครสอบเป็นเพศชาย
*** บุคคลใดไม่ยื่นหลักฐานและไม่เข้ารับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์ในวัน เวลาที่กำหนด ก่อนวันสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) จะถูกตัดสิทธิการเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)
10. หลักสูตรและวิธีการสอบ
10.1 ผู้สมัครสอบตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2 และ ตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3 จะต้องสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน เมื่อสอบผ่านทั้ง 2 ภาคแล้วจึงจะมีสิทธิเข้าทดสอบการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย และเมื่อผ่านการทดสอบฯ แล้ว จะต้องยื่นหลักฐานและรับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์ ในวัน และเวลาที่กำหนด จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)
10.2 ผู้สมัครสอบตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 จะต้องสอบเฉพาะภาคความรู้ความสามารถทั่วไป และเมื่อสอบผ่านข้อเขียนแล้วจึงจะมีสิทธิเข้าทดสอบการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย และเมื่อผ่านการทดสอบฯ แล้ว จะต้องยื่นหลักฐานและรับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์ ในวัน และเวลาที่กำหนด จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)
*** รายละเอียดตามหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ แนบท้ายประกาศนี้
11. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้สอบแข่งขันได้จะต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในแต่ละภาคที่สอบตามหลักสูตร ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล
12. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) เท่ากัน ให้ผู้ได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ได้คะแนนวิชาภาษาไทยในภาคความรู้ความสามารถทั่วไปมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีก ให้ผู้ได้รับหมายเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
สำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) เท่ากัน ให้ผู้ได้คะแนนวิชาภาษาไทยในภาคความรู้ความสามารถทั่วไปมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีก ให้ผู้ได้รับหมายเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันประกาศผลการสอบแต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนั้นอีกและได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
13. การบรรจุและแต่งตั้ง
ผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
อนึ่ง ถ้าปรากฏว่ามีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตอันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการสอบแข่งขัน อาจพิจารณาให้ยกเลิกการสอบครั้งนี้ทั้งหมดหรือยกเลิกเฉพาะตำแหน่ง หรือยกเลิกการสอบเฉพาะวิชา หรือเฉพาะภาคที่เกิดการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตตามแต่จะเห็นสมควรได้ สำหรับผู้ที่ทุจริตและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือส่อไปในทางทุจริตจะไม่มีสิทธิเข้าสอบอีก และไม่มีสิทธิสมัครสอบเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครอีกต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550

เอกสารแนบท้ายประกาศ
คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบ
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดตามหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ |