[hplCheckDegree]
[hypLink6]

 

                                                                        
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
เรื่อง  รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ
                กรุงเทพมหานครสามัญ  ครั้งที่  3/2550
----------------------------------------


                ด้วยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.)  จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ  
                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8  มาตรา 9  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร  พ.ศ. 2528  และ มติ ก.ก. ครั้งที่ 10/2539  เมื่อวันที่  21  ตุลาคม  2539  จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ  จำนวน  3  ตำแหน่ง  ดังต่อไปนี้

                1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
                    1.1  ตำแหน่งระดับ 1  
                           เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 จำนวน   150 ตำแหน่ง 
                    1.2  ตำแหน่งระดับ 2 
                            พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2 จำนวน     15 ตำแหน่ง
                    1.3  ตำแหน่งระดับ 3 
                           เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3 จำนวน 35 ตำแหน่ง

               2. อัตราเงินเดือนที่จะได้รับ
                   ผู้สอบแข่งขันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  จะได้รับเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน  ดังนี้
                   2.1 ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 1  ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท.1 (ไม่ต่ำกว่าขั้น  4,880  บาท)
                   2.2 ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 2  ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท.2 (ไม่ต่ำกว่าขั้น  6,220  บาท)
                   2.3 ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 3  ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท.3 (ไม่ต่ำกว่าขั้น  7,630  บาท)

                    ส่วนการจะให้ได้รับเงินเดือนในขั้นใดในอันดับนั้นๆ  ต้องเป็นไปตามการรับรองค่าคุณวุฒิของ ก.พ.  และระดับตำแหน่งที่จะได้รับการแต่งตั้ง
                  ทั้งนี้  ผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1  พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2  และเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3  จะมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับผู้ปฎิบัติงานกู้ภัย  ในอัตราเดือนละ  5,000  บาท  ตามหลักเกณฑ์แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่อง  เงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับผู้ปฏิบัติงานกู้ภัย  พ.ศ. 2548
           
                   สำหรับผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร  หรือข้าราชการตามกฎหมายอื่นและมีความประสงค์จะขอย้าย  หรือโอนโดยการสอบแข่งขัน  อัตราเงินเดือนที่จะได้รับให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ว่าด้วยการย้ายหรือโอนโดยการสอบแข่งขันแล้วแต่กรณี

               3. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
                   3.1  ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุณสมบัติทั่วไป  ตามมาตรา 30  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  ดังนี้
                          (1) มีสัญชาติไทย
                          (2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
                         (3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
                          (4) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
                        (5) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ  หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
                          (6) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ  หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน  หรือตามกฎหมายอื่น
                          (7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
                          (8) ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
                          (9) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
                         (10)  ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท  หรือความผิดลหุโทษ
                          (11)  ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก  ปลดออก  หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
                          (12) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก  หรือปลดออก  เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน  หรือตามกฎหมายอื่น
                          (13) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก  เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน  หรือตามกฎหมายอื่น
                           (14) ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
                  3.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณวุฒิตรงตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ครบถ้วนอยู่ก่อนหรือในวันปิดรับสมัคร  คือวันที่  6  พฤศจิกายน  2550  ตามรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบท้ายประกาศนี้
                  3.3 ผู้สมัครสอบตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2  และ  เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3  ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ ชนิดที่ 2 ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  อยู่ก่อนหรือในวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ คือวันที่  23 พฤศจิกายน 2550  ด้วย    
                   3.4  พระภิกษุหรือสามเณร ไม่มีสิทธิสมัครสอบ  หรือเข้าสอบแข่งขันตามนัยหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501  ลงวันที่  27  มิถุนายน  2501  และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม  ลงวันที่  17  มีนาคม  2538

               4. การสมัครสอบ
                    4.1  ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่ง เท่านั้น
                 4.2  ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ  ยกเว้นกรณีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ ชนิดที่ 2  ต้องมีอยู่ก่อนหรือในวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  โดยผู้สมัครสอบต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเนื่องมาจากผู้สมัครสอบ  หรือตรวจพบว่าเอกสารหรือหลักฐานซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ  ให้ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้
                    4.3  ผู้สมัครสอบแข่งขันทุกคนต้องลงลายมือชื่อในใบสมัครสอบ  พร้อมติดรูปถ่ายที่มุมบนด้านขวามือของใบสมัคร
                    4.4  ผู้ที่สมัครสอบ  และหรือชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบ  ค่าธรรมเนียมธนาคาร  ค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต  หลังวันที่  8  พฤศจิกายน  2550  ให้ถือว่าไม่ได้สมัครสอบในครั้งนี้และจะไม่คืนเงินให้

              5. วิธีการรับสมัครสอบ
                   เปิดรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต (Internet)  ระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน  2550 ตลอด  24  ชั่วโมง  (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)  โดยเปิดที่เว็บไซต์  http://www.bma.go.th  หรือ http://ksb.bma.go.th หรือ  http://www.bma.go.th/exam  หรือ  http://www.bma.go.th/csc  หัวข้อประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ  ครั้งที่ 3/2550  ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
                    5.1  ขั้นตอนการสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต
                           (1)  อ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ  และขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบให้ถี่ถ้วนก่อนทำการกรอกใบสมัคร
                           (2)  กรอกข้อความในใบสมัครสอบให้ถูกต้องและครบถ้วน  โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดแล้วทำการสมัคร  ระบบจะออกเลขประจำตัวสอบ และแบบฟอร์มการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบให้โดยอัตโนมัติเพื่อนำไปชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
                           (3) พิมพ์ใบสมัครและแบบฟอร์มการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบลงในกระดาษขนาด A4 หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้นให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล  เช่น  Diskette หรือ Flash drive  เพื่อพิมพ์ในภายหลัง
                           (4)  ในกรณีไม่สามารถพิมพ์ใบสมัครหรือบันทึกข้อมูลได้  ให้กลับไปค้นหาใบสมัครเพื่อพิมพ์ใบสมัครหรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก ที่ ปุ่ม ตรวจสอบใบสมัครที่สมัครแล้ว  แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลหรือเปลี่ยนตำแหน่งที่ได้กรอกไว้ครั้งแรกในใบสมัครสอบ
                     5.2  ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
                           (1)  นำแบบฟอร์มการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์บมจ.ธนาคารกรุงไทย  ทุกสาขาทั่วประเทศ  ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน 2550  ในเวลาทำการของธนาคาร  การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว  โดยผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบ  ดังนี้
                                   -  ตำแหน่งระดับ 1  ตำแหน่งละ  150  บาท
                                   -  ตำแหน่งระดับ 2  ตำแหน่งละ  150  บาท
                                   -  ตำแหน่งระดับ 3  ตำแหน่งละ  200  บาท
                            (2)  ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคารและค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต (Internet)  จำนวน  30  บาท  (อัตราเดียวกันทั่วประเทศ)  ต่อหนึ่งรหัสประจำตัวสอบนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมสอบ 
                                   เมื่อผู้สมัครสอบได้สมัครสอบและชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบแล้วจะไม่คืนเงินให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น 
                                   ใบสมัครและหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมสอบ  ให้ผู้สมัครสอบเก็บไว้เป็นหลักฐานและให้นำใบสมัครไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบในวันสอบข้อเขียน

              6. หลักฐานและเอกสารที่ต้องนำไปในวันสอบข้อเขียน
                  6.1  หลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ
                         (1) ใบสมัครพร้อมติดรูปถ่ายที่มุมบนด้านขวามือของใบสมัคร (รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 1.5 X 2 นิ้ว  โดยใช้กระดาษอัดภาพถ่ายโดยเฉพาะ)  และลงลายมือชื่อ  จึงจะถือว่าใบสมัครสอบสมบูรณ์
                         (2) บัตรประจำตัวประชาชน  หรือบัตรที่ทางราชการออกให้  ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน 13  หลัก  และมีรูปถ่าย  พร้อมลายมือชื่อ
                          *** หากขาดหลักฐานข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ 6.1 จะไม่มีสิทธิเข้าสอบ
                  6.2   หลักฐานที่ต้องมอบให้เจ้าหน้าที่คุมสอบ
                           6.2.1 สำเนาวุฒิการศึกษาที่ระบุสาขาวิชาเอกที่ใช้สมัครสอบ  เช่น  ปริญญาบัตรหรืออนุปริญญาบัตร  หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค  หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ  หรือวุฒิการศึกษาอื่นๆ พร้อมสำเนาใบรายงานผลหรือใบระเบียนแสดงผลการศึกษา อย่างละ 1 ฉบับ  และรับรองสำเนาเอกสารทุกหน้าด้วยตนเอง  พร้อมเขียนชื่อตำแหน่งที่สมัครสอบและเลขประจำตัวสอบไว้ที่มุมบนด้านขวามือ  โดยผู้สมัครสอบแข่งขันฯ  จะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ  วันที่  6  พฤศจิกายน  2550
                           กรณีผู้สมัครสอบที่เรียนหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่อง  2  ปี  ให้ยื่นสำเนาใบรายงานผลการศึกษาระดับปริญญาตรี คู่กับสำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียนระดับ  ปวท. หรือ  ปวส. หรือ  อนุปริญญาที่เกี่ยวเนื่องกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบ                          
                      6.2.2 สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ ชนิดที่  2 ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบกตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  ซึ่งมีอยู่ก่อนหรือมีในวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ คือวันที่  23  พฤศจิกายน  2550  
                           ***  หากผู้สมัครสอบไม่นำสำเนาวุฒิการศึกษา  และสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์ชนิดที่ 2  ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่คุมสอบในวันสอบข้อเขียน ให้นำหลักฐานและเอกสารดังกล่าวส่ง กลุ่มงานดำเนินการสอบ กองสรรหาบุคคล สำนักงาน ก.ก. ด้วยตนเองในเวลาราชการ ภายใน  3 วันทำการ  นับแต่วันสอบข้อเขียน  หากพ้นกำหนดให้ถือว่าผู้สมัครสอบสละสิทธิในการสอบครั้งนี้

           7. เงื่อนไขการเข้าสอบ
               7.1 ผู้เข้าสอบแข่งขันต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)  หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ (ฉบับจริง) ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และมีรูปถ่าย พร้อมลายมือชื่อไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบ
               7.2 ผู้เข้าสอบแข่งขันต้องลงลายมือชื่อ  และพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีลงลายมือชื่อผู้เข้าสอบตามที่กำหนด
              7.3 ผู้เข้าสอบแข่งขันต้องนำใบสมัครสอบพร้อมติดรูปถ่าย  และลงลายมือชื่อ  พร้อมทั้งสำเนาวุฒิการศึกษาซึ่งได้รับรองสำเนาทุกหน้าด้วยตนเอง  มอบให้แก่เจ้าหน้าที่คุมสอบ
              7.4  ในการสอบข้อเขียน ห้ามผู้เข้าสอบนำตำรา หนังสือ บันทึกข้อความ เอกสารใดๆ  เครื่องบันทึกเสียง เครื่องคำนวณ วิทยุสื่อสาร วิทยุเรียกตัว หรือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้าห้องสอบ  หากพบว่าผู้ใดฝ่าฝืนจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ  และหมดสิทธิการสอบในครั้งนี้ทุกภาควิชา  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่มีบริการรับฝากอุปกรณ์ดังกล่าว  และจะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายไม่ว่ากรณีใด
             7.5 ผู้เข้าสอบแข่งขันยินยอมให้เจ้าหน้าที่คุมสอบหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน ตรวจค้นร่างกายก่อนเข้าห้องสอบหรือขณะทำการสอบ กรณีมีเหตุสงสัย
          7.6  เมื่อหมดเวลาสอบหรือเมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว  ผู้เข้าสอบประสงค์จะส่งกระดาษคำตอบและข้อสอบ  ให้นั่งประจำที่แล้วยกมือเพื่อแจ้งต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบ  โดยจะต้องลงลายมือชื่อส่งกระดาษคำตอบและข้อสอบในบัญชีลงลายมือชื่อผู้เข้าสอบ  ทั้งนี้  ผู้เข้าสอบทุกคนจะออกจากห้องสอบได้เมื่อเวลาล่วงไปแล้วอย่างน้อย  2  ชั่วโมง  นับตั้งแต่ประกาศให้เริ่มลงมือทำข้อสอบ  และต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าห้องสอบด้วย  หากมิได้ปฏิบัติตามที่กำหนดจะไม่ได้รับการตรวจกระดาษคำตอบ
             *** รายละเอียดให้ดูจากประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครเรื่อง  วิธีปฏิบัติของผู้เข้าสอบแข่งขัน ซึ่งจะประกาศให้ทราบพร้อมกับการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน

       8. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน  และวิธีปฏิบัติของผู้เข้าสอบแข่งขัน
           สำนักงาน ก.ก.  จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเฉพาะผู้สมัครสอบที่ได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบถูกต้องแล้ว  พร้อมประกาศวิธีปฏิบัติของผู้เข้าสอบแข่งขันทางเว็บไซต์  http://www.bma.go.th  หรือ  http://ksb.bma.go.th  หรือ  http://www.bma.go.th/exam  หรือ  http://www.bma.go.th/csc ในวันที่ 23  พฤศจิกายน  2550  ประกาศวัน เวลา และสถานที่สอบข้อเขียน  ในวันที่  12  ธันวาคม  2550   
            ทั้งนี้  สำนักงาน ก.ก. อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดวัน  เวลาข้างต้นได้  โดยจะแจ้งให้ทราบก่อนกำหนดเวลาดังกล่าว

       9. หลักฐานและเอกสารที่ต้องนำไปยื่น และรับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์  หลังประกาศผลสอบผ่านข้อเขียน
           9.1  ต้นฉบับใบคุณวุฒิการศึกษาที่ตรงกับสำเนาฉบับที่ยื่น ณ วันสอบข้อเขียน พร้อมสำเนา 2 ฉบับ
           9.2  ทะเบียนบ้าน  พร้อมสำเนา  1  ฉบับ
           9.3  บัตรประจำตัวประชาชน  พร้อมสำเนา  1  ฉบับ
           9.4  ใบรับรองแพทย์  ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน  และแสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามกฎ  ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535)
           9.5  ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์  ชนิดที่ 2  ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบก  ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก  
                   พ.ศ.  2522  พร้อมสำเนา  1  ฉบับ  
           9.6  หลักฐานอื่นๆ เช่น  ทะเบียนสมรส  ใบเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุล  พร้อมสำเนาอย่างละ  3  ฉบับ
           9.7  สด.8  สด.9 หรือ สด.43 พร้อมสำเนาอย่างละ 2 ฉบับ กรณีผู้สมัครสอบเป็นเพศชาย
           *** บุคคลใดไม่ยื่นหลักฐานและไม่เข้ารับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์ในวัน เวลาที่กำหนด  ก่อนวันสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)  จะถูกตัดสิทธิการเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)

     10. หลักสูตรและวิธีการสอบ
           10.1   ผู้สมัครสอบตำแหน่งพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2  และ  ตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3  จะต้องสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป  และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน  เมื่อสอบผ่านทั้ง 2 ภาคแล้วจึงจะมีสิทธิเข้าทดสอบการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย  และเมื่อผ่านการทดสอบฯ แล้ว  จะต้องยื่นหลักฐานและรับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์  ในวัน  และเวลาที่กำหนด  จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)
            10.2   ผู้สมัครสอบตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 จะต้องสอบเฉพาะภาคความรู้ความสามารถทั่วไป  และเมื่อสอบผ่านข้อเขียนแล้วจึงจะมีสิทธิเข้าทดสอบการปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย  และเมื่อผ่านการทดสอบฯ แล้ว  จะต้องยื่นหลักฐานและรับการทดสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสอบสัมภาษณ์  ในวัน  และเวลาที่กำหนด  จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)
*** รายละเอียดตามหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ  แนบท้ายประกาศนี้

    11. เกณฑ์การตัดสิน
           ผู้สอบแข่งขันได้จะต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในแต่ละภาคที่สอบตามหลักสูตร  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60  ทั้งนี้  ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล

    12. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
          การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้    จะเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลำดับ  ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน  ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง  (สัมภาษณ์) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า  ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)  เท่ากัน  ให้ผู้ได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า  ถ้าได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งเท่ากัน  ให้ผู้ได้คะแนนวิชาภาษาไทยในภาคความรู้ความสามารถทั่วไปมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า  ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีก  ให้ผู้ได้รับหมายเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
            สำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้  จะเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลำดับ  ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน  ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง  (สัมภาษณ์)  มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า  ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง  (สัมภาษณ์)  เท่ากัน  ให้ผู้ได้คะแนนวิชาภาษาไทยในภาคความรู้ความสามารถทั่วไปมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า  ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีก  ให้ผู้ได้รับหมายเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
             การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันประกาศผลการสอบแต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนั้นอีกและได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว  บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

    13. การบรรจุและแต่งตั้ง
          ผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน  จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

          อนึ่ง  ถ้าปรากฏว่ามีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตอันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการสอบแข่งขัน อาจพิจารณาให้ยกเลิกการสอบครั้งนี้ทั้งหมดหรือยกเลิกเฉพาะตำแหน่ง หรือยกเลิกการสอบเฉพาะวิชา หรือเฉพาะภาคที่เกิดการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตตามแต่จะเห็นสมควรได้  สำหรับผู้ที่ทุจริตและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือส่อไปในทางทุจริตจะไม่มีสิทธิเข้าสอบอีก  และไม่มีสิทธิสมัครสอบเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครอีกต่อไป

            ประกาศ   ณ   วันที่    25    กันยายน  พ.ศ.  2550   
                                              

                                                                                                             

เอกสารแนบท้ายประกาศ

คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบ

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดตามหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ

 
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ 27 กันยายน 2550

คลิ๊กที่นี่เพื่อย้อนกลับ Back  Back